วันพุธ, ๐๕ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๐๐:๓๑

ธุรกิจสมุนไพร

Rate this item
(4 votes)

มูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท สภาพเศรษฐกิจถดถอยในเวลานี้ทำให้ผู้คนหันมาประหยัดรัดเข็มขัดกันถ้วนหน้า ทว่าสิ่งที่หลายคนยังให้ความสำคัญคือเรื่อง "สุขภาพ" และ "ความงาม" โดยเฉพาะการลงทุนกับสินค้าและบริการที่ผลิตโดยใช้วัตถุดิบหลักเป็น "สมุนไพร" จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี อันเป็นผลมาจากการตื้นตัวของผู้คนเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ซึ่งสมุนไพรไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดสมุนไพรที่มีสรรพคุณอันมากมายมหาศาล โดยพืชสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบมีมากกว่า 13,000 ชนิด

จากการสำรวจพฤติกรรมคนกรุงเทพฯ ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่าการที่ผู้คนหันมาเน้นการประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น นับเป็นโอกาสในการขยายตลาดของผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผลิตในประเทศ
นอกจากนี้ ผู้บริโภคส่วนหนึ่งยังมีความเชื่อว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร อาทิ อาหารเสริม ยาสมุนไพร เครื่องดื่มสมุนไพร จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ทำให้ไม่เจ็บป่วยได้ง่าย นับว่าเป็นการรักษาเชิงป้องกัน เนื่องจากคนกรุงเทพฯ ที่เป็นกลุ่มตัวอย่างเล็งเห็นว่าค่าใช้จ่ายที่ลงทุนกับสุขภาพของตนเอง จะน้อยกว่าค่าใช้จ่ายเมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้จึงมีการนำสมุนไพรมาแปรรูปเป็นสินค้าและบริการในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่อาหาร เครื่องดื่ม เครื่องสำอาง ยารักษาโรค ฯลฯ โดยนำพืชสมุนไพรมาใส่เป็นวัตถุดิบหนึ่งในผลิตภัณฑ์ หรือไม่ก็สร้างจุดแข็งเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแบบ 100% ยิ่งเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรธรรมชาติที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขด้วยแล้ว ก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่น และให้การตอบรับ กิน ดื่ม ใช้ จนกลายเป็นเทรนด์นิยมไปทั่วโลก ซึ่งคาดว่าผลิตภัณฑ์ที่ทำจากส่วนผสมของธรรมชาติและปลอดสารเคมีจะยังได้รับความนิยม และเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดไม่ต่ำกว่า 50,000 ล้านบาท

5 ประเภทผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้มักศรัทธาและประทับใจในสรรพคุณของสมุนไพรไทยมาก่อน และเมื่อจะเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจังก็ได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยหลากหลายชนิดอย่างลึกซึ้ง

ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นที่ยอมรับ และกำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ที่สำคัญมีความต้องการสินค้ามากขึ้นทั้งในตลาดประเทศและตลาดต่างประเทศ การจะเลือกสินค้าใดขึ้นมาชูเป็นผลิตภัณฑ์หลักขึ้นอยู่กับความชอบ ความเชี่ยวชาญของผู้ประกอบการแต่ละคน ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรในตลาดที่มีความโดดเด่นในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่ม ดังนี้

  • 1.อาหารเสริมสุขจากสมุนไพร
  • 2.ยาสมุนไพร
  • 3.เครื่องสำอางจากสมุนไพร
  • 4.เครื่องดื่มสมุนไพร
  • 5.ผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับการนวด / อบ / ประคบ

โดยกลุ่มที่มีศักยภาพในตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรมากที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ซึ่งมีช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการขายตรง หรือขายผ่านกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่อย่างห้างสรรพสินค้าดิสเคานท์สโตร์ หรือซูเปอร์มาเกต รวมถึงร้านขายยา และร้านจำหน่ายสินค้า เกี่ยวกับสุขภาพและคามงาม เป็นต้น โดยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่คาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดี คือ เครื่องสำอางประเภทครีมต่อต้านริ้วรอย ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ขาว และครีมกันแดด เป็นต้น
สาเหตุที่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดต่างประเทศ เหตุผลสำคัญเพราะสมุนไพรไทยตลอดจนตำรับยาแผนโบราณซึ่งเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านของไทยมีคุณค่าและมีคุณภาพมาตรฐานไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ ยาจากต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย ขึ้นอยู่ที่ว่าผู้บริโภคสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างถูกโรคหรือไม่ และรู้จักเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน

การเริ่มต้นทำธุรกิจควรพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกับคุณสมบัติของคุณมากที่สุดดังนี้

1.ลงทุนเป็นเจ้าของธุรกิจเอง เป็นทางเลือกสำหรับคนที่คิดจะยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง อยากประกอบอาชีพอิสระโดยไม่ขึ้นอยู่กับใคร เป็นเจ้านายของตัวเอง ด้วยการลงทุนทำธุรกิจที่ตนสนใจ หาความรู้ สร้างผลิตภัณฑ์ ปลุกปั้นทำการตลาด สร้างแบรนด์กับมือ หนทางอาจไม่ง่ายนัก เพราะต้องการลองผิดลองถูก แต่หากทำได้สำเร็จ ก็จะเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว
2.เข้าร่วมกับผู้ประกอบการมืออาชีพ ในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย หรือสมาชิกขายตรง โดยเลือกทำธุรกิจกับบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์และบริการสมุนไพรที่น่าสนใจ มีความเป็นไปได้ในการทำตลาด รายได้และผลกำไรก็แบ่งตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ โดยการทำธุรกิจจอยู่ภายใต้การดูแลให้คำแนะนำและปรึกษาของเจ้าของธุรกิจตลอด จึงรับประกันความเสี่ยงได้ในระดับหนึ่ง
แนวทางที่สามารถแนะนำได้ในที่นี้ คือ ควรเลือกลงทุนกับธุรกิจที่เปิดโอกาสให้คุณเป็นเจ้าของธุรกิจได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินทุนสูงมากนัก สำหรับในกรณีที่ผู้ประกอบการมีธุรกิจเป็นของตัวเองอยู่แล้ว อาจมองาผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีศักยภาพมาเสริมขายภายในร้านด้วยก็ได้เป็นการบริหารพื้นที่การขายให้มีประสิทธิภาพ สร้างรายได้เพิ่มบนพื้นที่ที่ที่มีอยู่เดิม เช่น ผู้ประกอบการร้านเสริมสวย อาจนำผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสมุนไพรมาวางขาย เพื่อแนะนำให้แก่ลูกค้าประจำที่มาใช้บริการ หรือเพิ่มบริการนวดสปา บำรุงรักษาผิวพรรณ

ทั้งนี้ การเลือกผลิตภัณฑ์เข้ามาจำหน่ายหรือให้บริการภายในร้านก็ควรจะให้สอดคล้องกับธุรกิจที่ทำอยู่เดิมด้วย จะได้เป็นการเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจซึ่งกันและกัน

ตลาดต่างประเทศ

นอกจากตลาดประเทศไทย หากผลิตภัณฑ์สมุนไพรดังกล่าวมีคุณภาพมาตรฐานดี ก็ยังอาจไปได้สวยในตลาดต่างประเทศด้วย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าเครื่องสำอางกลุ่มที่มีศักยภาพและคาดว่าน่าจะมีโอกาสส่งออกเพิ่มขึ้น คือ เครื่องสำอางประเภทสิ่งปรุงแต่งที่ใช้แต่งเสริมความงามหรือแต่งหน้าเครื่องสำอางปรุงแต่งที่ใช้ก่อนระหว่างหรือหลังการโกนหนวด สิ่งที่ใช้ดิบกลิ่น สิ่งปรุงแต่งที่ใช้อานน้ำ ฯลฯ โดยคาดว่าจะมีแนวโน้มการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งยังมีแนวโน้มขยายตลาดทั่วโลก สอดรับกับกระแสรักสุขภาพของผู้บริโภคทั่วโลกในปัจจุบัน

บริษัท ดีเอสที 1993 จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายโรลออนสารส้ม แบรนด์ Select Roll on และ D.S.T. เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ประกอบการที่ส่งออก ผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายยังต่างประเทศเป็นเวลานานกว่า 20 ปี ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา อิตาลี อียิปต์ เยอรมนี ญี่ปุ่น มาเลเซีย ฯลฯ เนื่องจากผลิตภัณฑ์โรลออนสารส้มของไทย มีความโดดเด่นตรงที่ผลิตจากสารส้มชิดพิเศษ เกรด A โดยการสกัดเอาสารพิษและสารตกค้างออก เพื่อให้ได้สารส้มแท้บริสุทธิ์ที่มาพร้อมน้ำแร่ธรรมชาติ ทำให้ได้สารส้มโรลออนที่มีคุณภาพมากที่สุด

จากคำแนะนำของแพทย์ผิวหนังชาวอังกฤษ จนได้สารส้มโรลออนจากธรรมชาติใช้ ทาร่างกายหลังจากอาบน้ำ จะดับกลิ่นตัว ไม่มีผลในการเกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย
หากตลาดต่างประเทศให้การยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานการผลิต สินค้าแล้วครั้นจะหวนกลับมาเปิดตลาดอย่างจริงจัง พร้อมเปิดรับตัวแทนจำหน่ายในประเทศ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

การทำตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพร

สำหรับ หลักการตลาดเบื้องต้นที่ผู้ประกอบการควรยึดไว้ในการทำการตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติมีดังนี้
1.ต้องสร้างจุดขายสินค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้โดดเด่นและเป็นที่ยอบรับ ถือเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางด้านความแตกต่าง ไม่ว่าจะเป็นในด้านส่วนผสมหรือสูตร ด้านวัตถุดิบที่มีการปรุงแต่งสี กลิ่น หรือการเพิ่มสารที่มีคุณสมบัติพิเศษ แลด้านบรรจุภัณฑ์ที่สวนงามโดดเด่น
2.ต้องสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพร รวมถึงการสร้างการรับรู้ตราสินค้าต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องผ่านทั้งการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ แต่ต้องยอมรับว่าการสร้างแบรนด์สินค้าให้ผู้บริโภคจดจำนั้น ต้องใช้ระยะเวลานาน และต้องใช้เงินลงทุนสูง ซึ่งทางเลือกที่ดีและให้ผลที่เร็วกว่าคือการสร้างความยอมรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในกลุ่มผู้บริโภค คือ การนำสินค้าดังกล่าวไปจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้างมากที่สุด พร้อมกับกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้กลยุทธ์ทางการตลาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

ปัจจัยนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จ

ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรขยายตัวอย่างกว้างขวาง ทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ โดยมีปัจจัยหนุนที่ทำให้การการตลาดผลิตภัณฑ์ สมุนไพรประสบความสำเร็จ ได้แก่

1.การที่ผู้ประกอบการรู้จักคิดและสร้างสรรค์ ด้วยการเปลี่ยนโฉมหน้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้แตกต่างไปจากรูแบบเดิมๆ โดยทำให้ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรพื้นบ้าน กลายเป็นสมุนไพรระดับสากล ที่ดูทันสมัย มีมาตรฐานการผลิตรับรอง ให้ความสะอาดปลอดภัย มั่นใจแก่ผู้บริโภค
2.เมื่อต้องการส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพรตัวใหม่ ก็มีการนำบทความวิชาการมาเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ เป็นการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค โดยกล่าวถึงสรรพคุณของผลิตภัณฑ์สมุนไพรชนิดนั้นๆ ขณะเดียวกัน ก็ปล่อยผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นออกสู่ตลาด เป็นการสร้างกระแสความตื้นตัว แล้วส่งสินค้าเข้าหากลุ่มเป้าหมายทันที อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ ข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปต้องสามารถอ้างอิง เช่น เป็นผลงานวิจัยเชิงวิชาการ ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อถือให้กับผู้บริโภค
3.การเปิดมุมผลิตภัณฑ์สมุนไพรในโรงพยาบาล เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการที่โรคพยาบาล สามารถเลือกซื้อยาสมุนไพรได้ตามต้องการ โดยมีเภสัชกรของบริษัทคอยให้ความแนะนำ กลยุทธ์นี้ สามารถแก้ปัญหาในเรื่องของการปิดกั้นหรือไม่ยอมรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้เป็นอย่างดี

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์สมุนไพร - สบู่สมุนไพร

แนวทางการสร้างรายได้ / กำไรสุทธิ

สบู่สมุนไพร 1 ก้อน ขนาด 100 กรัม
สบู่สมุนไพร 10 ก้อน เท่ากับ 1 กิโลกรัม
สบู่สมุนไพรกิโลกรัมละ 500 บาท
เมื่อเทียบบัญญัติไตรยางศ์แล้ว จะพบว่าต้นทุนสบู่สมุนไพร 1 ก้อน เฉลี่ยตกประมาณก้อนละ 50 บาท เมื่อนำไปจำหน่ายต่อ สามารถตั้งราคา ได้ตั้งแต่ 90 บาทขึ้นไป เรียกว่าสบู่สมุนไพรก้อนหนึ่งสามารถทำกำไรเกือบ 100% หรือมากกว่านั้นแม้ราคาจะสูง แต่สรรพคุณ และคุณภาพระดับสินค้าโฮมเมดก็ไม่ทำให้ผู้ที่ใช้ผิดหวังแน่นอน

ระยะเวลาคืนทุน

ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะกับตัวผู้ประกอบการเอง หากคิดเสมอว่า "ตลาด" คือ ทุกๆ ที่รอบตัวเราโอกาสสร้างยอดขาย เพื่อคืนทุนโดยเร็วก็ไม่ยาก นอกจากนี้ การจะประสบความสำเร็จด้านยอดขาย ผู้ประกอบการต้องรู้จักคิดและสร้างสรรค์ ยกตัวอย่าง สบู่ นอกเหนือจากจะมองว่าเป็นสิ่งชะล้างร่างกายแล้ว มองในอีกหลายๆ แง่มุม สบู่ยังเป็นของฝาก ของขวัญ ของชำร่วยในโอกาสต่างๆ ด้วย ถือว่าเป็นการใส่ "มูลค่าเพิ่ม" ให้กับสินค้า ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกนำเสนอ "สบู่" ในมุมมองใดให้กับลูกค้าของคุณ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรลดเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำก็ควรลดลงไป ทว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ควรลดโดยเด็ดขาดโดยเฉพาะมาตรฐาน GMP ซึ่งต้องรักษาเอาไว้ให้ได้ เพราะเป็นมาตรฐานสากลที่จะช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้จริง โดยทำให้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทยมีคุณภาพทัดเทียมกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังจากต่างประเทศ แม้ว่าการสร้างมาตรฐาน GMP จะมีต้นทุนสูงอยู่บ้างในระยะแรก แต่ก็จะช่วยลดต้นทุนที่เกิดจากความสูญเสียลงได้ในระยะยาว ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนภายใน 1-2 ปี ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขั้นจึงถือเป็นต้นทุนเชิงป้องกันการล้มเหลว หรือป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการการผลิตได้

อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือ การนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องเทศและสมุนไพร รวมทั้งสารสกัดจากสมุนไพรจากสมุนไพรที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเภสัชกรรมและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ ความจริงสารสกัดจากสมุนไพรบางประเภทนั้นใช้วัตถุดิบที่ไทยสามารถผลิตเองได้ ดังนั้นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องเทศและสมุนไพรบางส่วนได้คือ การส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัย และ นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลิตสารสกัดจากสมุนไพรใช้เองภายในประเทศ

ภาพและข้อมูลจาก Booklet คู่มืออาชีพ - รวยด้วยธุรกิจสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ลงทุนก่อน รวยก่อน โดย บ.พีเพิลมีเดีย จำกัด
Last modified on วันเสาร์, ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๔ ๒๐:๒๕

 

มูลนิธิสัมมาชีพ : เลขที่ ๕๗๓/๘ ซอยรามคำแหง ๓๙ (แยกศรีวรา) ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ๑๐๓๑๐

ติดต่อมูลนิธิสัมมาชีพ โทรศัพท์ : ๐-๒๙๓๖๖๖๑๓  โทรสาร : ๐-๒๙๓๖-๖๖๑๔
Email : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.   ติดต่อผู้ดูแลเว็บไซต์ : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Networks

  • ice cream
  • SME
  • ชี้ช่องทางรวย
  • ชุมทางอาชีพ
  • ตั้งตัว
  • Matichon Academy
  • ไม่ลองไม่รู้
  • เส้นทางทำมาหากิน
  • เส้นทางเศรษฐี
  • โอกาสธุรกิจแฟรนไชส์
  • LOGO SMEsPlus